• Admins

    January 30, 2017 at 16:42

Description

วันธรรมดาน่าเที่ยว ชวนเทียวเชียงราย เมืองสวยแห่งขุนเขา ธรรมชาติ และวัฒนธรรม ที่นักท่องเที่ยวใฝ่ฝันจะเดินทางมาสัมผัสกันสักครั้ง และยิ่งในช่วงปลายฝนต้นหนาวแบบนี้ ธรรมชาติเมืองเชียงรายกำลังสวยงาม อากาศเย็นสบาย เป็นอะไรที่มาแล้วมีความสุขและน่าประทับใจมาก

วันนี้เราเลยรวบรวมที่เที่ยวสวยๆ ในเชียงรายมาแนะนำให้เพื่อนๆ ได้เดินทางตามไปเช็คอิน และพักผ่อนกันแบบสุดฟินด้วยกัน

1.สวนแม่ฟ้าหลวง ดอยตุง

ดอยตุงเป็นที่ตั้งของสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ ของเชียงราย ไม่ว่าจะเป็นพระตำหนักดอยตุงหรือพระตำหนัก สมเด็จย่าที่สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2530 ในรูปแบบชาเลต์ผสานศิลปะล้านนา มีสวนแม่ฟ้าหลวงที่กว้างใหญ่ ร่มรื่นด้วยไม้นานาพรรณ และพระธาตุดอยตุงที่เลื่อมใสศรัทธาของชาวเชียงราย เรียกว่าขึ้นดอยทีเดียวได้เที่ยวครบ

โดยเฉพาะบริเวณสวนแม่ฟ้าหลวง ถือเป็นสวรรค์ของคนรักดอกไม้เพราะเต็มไปด้วยไม้ดอกไม้ประดับ หลากสีสันหลายสายพันธุ์ออกดอกสวยงามสลับกันไปตลอดทั้งปี

นอกจากดอกไม้เมืองหนาวที่เป็นนางเอกแล้วยังมี ซุ้มไม้เลื้อย สวนปาล์ม สวนหิน สวนไม้มงคล อากาศบนดอยก็เย็นสดชื่นชวนให้เดินได้ไม่เบื่อ ดังนั้น หากจะมาเที่ยว ในช่วงปลายฝนต้นหนาวก็เชื่อว่ายังมีดอกไม้กับผีเสื้อแสนสวยให้ถ่ายภาพกันเพลินๆ จนเมมโมรี่การ์ดเต็มแน่นอน

#————————-#

 2. ภูชี้ฟ้า

ยอดเขาที่สูงที่สุดแห่งเทือกดอยผาหม่นในเขตอำเภอเทิง หนึ่งในจุดเที่ยวชมทะเลหมอกยอดฮิตติดอันดับต้นๆ ของไทย ด้วยลักษณะของภูเขาที่มียอดปลายแหลมชี้โด่งขึ้นไปบนฟ้าฝั่งประเทศลาว กลายเป็นจุดชมทะเลหมอกสุดอลังการ กับพระอาทิตย์ทอแสงยามเช้าท่ามกลางขุนเขาสลับซับซ้อน งามตรึงใจจนทำให้หลายคนต้องกลับมาที่นี่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

นอกจากความสวยงามของทะเลหมอกแล้ว เสน่ห์เล็กๆ อย่างหนึ่งของการมาเที่ยวภูชี้ฟ้าในช่วงฤดูฝน ต่อจนถึงฤดูหนาวคือ การมาชมทุ่งดอกโคลงเคลงบานสะพรั่ง หรือในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ก็จะได้ชมดอกเสี้ยว หรือชงโคป่าผลิดอกสีขาวบานเต็มเชิงเขา

และไม่ต้องกังวลเรื่องที่กิน-ที่พักเพราะบริเวณทางขึ้นภูมีหมู่บ้านเล็กๆ ของพี่น้องชาวเขา ทั้งร้านขายอาหาร ร้านขายของที่ระลึกและที่พักหลายระดับราคาไว้รองรับนักท่องเที่ยวพร้อมสรรพ

#————————-#

3. ผาตั้ง-ผาบ่อง

อุตส่าห์ไต่ดอยขึ้นมาเที่ยวชมทะเลหมอกบนภูชี้ฟ้าแล้ว ก็ไม่ควรพลาดเลยมาเช็กอินที่ดอยผาตั้งที่อยู่ห่างจากภูชี้ฟ้า ประมาณ 24 กิโลเมตร ในเขตบ้านผาตั้ง อำเภอเวียงแก่น เป็นจุดที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์แม่น้ำโขงทอดตัวกั้น พรมแดนไทย-ลาว จะว่าไปดอยผาตั้งก็เป็นจุดชมทะเลหมอกยามเช้าและพระอาทิตย์ตกที่สวยโรแมนติกไม่น้อยเลย

และเมื่อเดินจากทางขึ้นผาตั้งมาไม่ไกลก็จะถึงจุดชมวิวผาบ่อง มีลักษณะเป็นเนินช่องเขาขาดขนาดคนเดิน ผ่านได้ไปยืนชมทิวทัศน์ของผืนป่าชายแดนไทย-ลาวได้

ทั้งยังเป็นหนึ่งใน 24 แหล่งท่องเที่ยวโครงการ “เขาเล่าว่า…” ที่ขนานนามให้เป็น “ประตูรักแห่งขุนเขา” ใครอยากให้ความรักมั่นคงแข็งแกร่งดั่งภูผา ให้จับมือคนที่เรารักมาเดินผ่าน ประตูผาบ่องไปด้วยกัน ถัดจากประตูผาบ่องก็จะพบช่องผาขาดและเนิน 103 เป็นอีกจุดชมธรรมชาติที่สวยงามเช่นกัน

#————————-#

4.แก่งผาได

เป็นจุดชมวิวแม่น้ำโขงที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง อยู่ในตำบลม่วงยาย อำเภอเวียงแก่น ไม่ไกลจากทางไปภูชี้ฟ้ามากนัก ปัจจุบันถูกพัฒนาให้สวนสาธารณะบนพื้นที่ 17 ไร่ สามารถแวะชมวิวฝั่งลาวอีกฝั่งของแม่น้ำได้เต็มตา และเมื่อเข้าสู่ หน้าหนาว สายน้ำโขงจะเริ่มลดลงจนเผยให้เห็นเกาะแก่งหินกลางน้ำน้อยใหญ่ดูน่ามหัศจรรย์ บางจุดที่น้ำลดลงมากๆ สามารถลงไปเดินบนผืนทรายกลางแม่น้ำได้เลย

ส่วนบริเวณซอกแก่งหินเหล่านี้จะพบพืชน้ำอย่างต้นไคร้หางนาค และไกหรือสาหร่ายน้ำจืดกินได้จำนวนมาก นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักแวะมากินข้าวชมวิวอย่างเพลิดเพลิน หรือใช้บริการเรือเล็กพาเที่ยวชมบริเวณแก่งผาได รวมถึงทิวทัศน์สวยงามของแม่น้ำโขงจุดสุดท้ายของภาคเหนือก่อนที่แม่น้ำโขงจะไหลเข้าสู่ฝั่งลาว

#————————-#

5. ไร่ชาฉุยฟง

มาจิบชาอุ่นๆ สูดอากาศบริสุทธิ์เย็นสบาย พร้อมชมวิวแปลงชาอู่หลงที่ชูช่อเขียวชอุ่มลดหลั่นกันไปตามไหล่เขา เป็นความชิลล์สุดจะบรรยาย แต่มาสัมผัสได้จริงด้วยตัวเองที่ไร่ชาฉุยฟงของบริษัท ฉุยฟงที จำกัด ทั้งไร่ในอำเภอแม่จัน และอำเภอแม่ฟ้าหลวง

ภายในไร่นอกจากจะมีจุดให้ชมวิวแปลงชาแบบ 360 องศา และจุดถ่ายภาพสวยๆ กันอย่าง จุใจแล้ว ยังจะได้ชมขั้นตอนการตากใบชา ลองชิมชาแบบต่างๆ

และยังมีร้านอาหารให้บริการ โดยเฉพาะเมนูอาหาร ที่มีส่วนผสมของใบชาสดปลอดสารพิษอย่าง ยำทูน่ายอดชา สปาเกตตียูนาน ปอเปี๊ยะยอดชา หมั่นโถวชาเขียว ตลอดจนเบเกอรี่และเครื่องดื่มชาเขียวร้อน-เย็น รวมถึงมีมุมช้อปปิ้งผลิตภัณฑ์ชาสำเร็จรูปให้เลือกซื้อกลับบ้านด้วย

#————————-#

6.วัดร่องขุ่น

ควรค่าแก่การมาชื่นชมมากกว่าหนึ่งครั้งสำหรับวัดแห่งนี้ที่ได้รวมความอลังการงานพุทธศิลป์ล้ำค่าเอาไว้ ดึงดูดให้ นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติแวะเวียนมาไม่ขาดสาย

ใครไม่อยากเบียดเสียดผู้คน แนะนำให้มาเที่ยว วันธรรมดาจะได้ชื่นชมรายละเอียดอันวิจิตรงดงามของงานพุทธศิลป์ที่ถ่ายทอดจากจิตวิญญาณของอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินผู้สร้างได้อย่างเต็มอิ่ม ซึ่งท่านตั้งใจให้วัดนี้เป็นงานประจำรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ตัวพระอุโบสถสีขาวพิสุทธิ์ถูกแต่งด้วยลวดลายกระจกสีเงินแวววาว เมื่อสะท้อนแดดและทอดเงาสู่ผืนน้ำ ด้านหน้าดูงามจับใจราวกับวิมานบนสวรรค์ แน่นอนว่าภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถที่เป็นฝีมือ ของอาจารย์เองก็พลาดชมไม่ได้อีกเช่นกัน

#————————-#

7.สิงห์ปาร์ค เชียงราย

ไม่มาเช็กอินไม่ได้แล้วสำหรับแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรของค่ายบุญรอด บริวเวอรี่ที่กำลังฮอตสุดๆ เที่ยวสนุกได้ ทุกเพศทุกวัยบนพื้นที่การเกษตรหลายร้อยไร่กับกิจกรรมฟาร์มทัวร์มากมาย ไปแชะภาพกับแลนด์มาร์กรูปปั้น สิงห์ตัวโต นั่งรถฟาร์มทัวร์ดูแปลงชาอู่หลง ชม-ชิม-ช้อปผักผลไม้เมืองหนาว แวะให้อาหารน้องยีราฟ ม้าลาย วัวแดง

อยากกำลังกายก็มีจักรยานให้เช่าปั่นได้ตามใจชอบ อยากมันส์ๆ ก็โหนซิปไลน์ข้ามไร่ชาเพื่อชมวิวมุมสูง เหนื่อยเมื่อไหร่ ค่อยพักชิมพิซซา อาหารอร่อยๆ และเครื่องดื่มก็มีบริการ โดยเฉพาะที่ร้านอาหารภูภิรมย์ ซึ่งสามารถชมทัศนียภาพ สวยๆ กลางขุนเขาที่ไม่ว่าจะพระอาทิตย์ขึ้นหรือตก ก็บรรยากาศดี๊ดีไม่แพ้กันเลย

#————————-#

8.วัดพระแก้ว

เมื่อมาถึงเชียงรายก็ควรแวะมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง สำหรับวัดพระแก้วเป็นวัดเก่าแก่ตั้งอยู่ใจกลาง เมืองเชียงราย เป็นที่ประดิษฐานพระเจ้าล้านทอง พระพุทธรูปสำริดปางมารวิชัยในสกุลช่างศิปปาละที่สวยงามที่สุดในประเทศไทย และพระหยกเชียงรายที่สร้างขึ้นใหม่ในวาระที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มีพระชนมายุครบ 90 พรรษา

ประดิษฐานอยู่ในหอพระหยก พร้อมชมภาพตำนานพระแก้วมรกตบนผนัง ซึ่งว่ากันว่า วัดแห่งนี้เป็นที่ ค้นพบพระแก้วมรกตที่ประดิษฐานอยู่ ณ วัดศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) ในกรุงเทพฯ นั่นเอง

ก่อนกลับอย่าลืมแวะชมพิพิธภัณฑ์โฮงหลวงแสงแก้ว อาคารทรงล้านนาประยุกต์ที่ด้านในจัดแสดง พระพุทธรูปสำคัญๆ รวมทั้งเรื่องราวความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาที่น่าสนใจ

#————————-#

9.ภูชี้ดาว

จุดเที่ยวชมทะเลหมอกแห่งใหม่ของเชียงรายที่โลเกชั่นสวยเริ่ดไม่แพ้ภูชี้ฟ้า อยู่ในตำบลปอ อ.เวียงแก่น โดยอยู่ห่าง จากภูชี้ฟ้าประมาณ 10 กิโลเมตร แต่เส้นทางไปถึงค่อนข้างสมบุกสมบันกว่า  ต้องใช้รถโฟร์วิลและชาวบ้านที่ชำนาญ นำทางเพราะเส้นทางบางช่วงแคบและสูงชัน

เริ่มต้นกันที่บ้านร่มโพธิ์เงินเพื่อติดต่อเช่ารถโฟรวิลที่เอาไว้บริการ นักท่องเที่ยว แล้วนั่งรถลัดเลาะผ่านป่าเขาไป ราวๆ 3 กิโลเมตร มาที่ศูนย์ปฏิบัติการทหารพรานบ้านร่มโพธิ์เงิน ร้อย ทพ.3104 ฉก.ทพ.31 ต่อด้วยเดินเท้าขึ้นยอดภูอีก 300-400 เมตร จึงจะได้ชมทะเลหมอกแบบพาโนรามากันเต็มๆ

ภาพปุยหมอกลอยละล่องหยอกล้อทิวเขาสุดสายตา ดูสวยงามยากจะลืม แม้จะเหนื่อยแต่ก็คุ้มค่าจริงๆ

#————————-#

10.ดอยแม่สลอง

จัดเป็นแหล่งปลูกชาที่ใหญ่ที่สุดอีกแห่งหนึ่งของไทย แม้จะมาเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่ในช่วงปลายฝนต้นหนาว ที่อากาศกำลังเปลี่ยนแปลง การได้ขึ้นมาจิบชาบนดอยสูงแห่งนี้น่าจะฟินน์สุดๆ แล้ว

สำหรับดอยแม่สลองเป็นที่ตั้งหมู่บ้านสันติคีรีของชุมชนชาวจีนกองพล 93 ที่อพยพจากแถบมณฑลยูนนาน มาเมื่อปี พ.ศ. 2504 โดยมีนายพลต้วนซีเหวิน เป็นผู้นำคนสำคัญ เปลี่ยนกองทหารพลัดถิ่นให้กลายเป็นชุมชน เกษตรกรรมที่เน้นปลูกชาเป็นหลัก

ดังนั้น เมื่อมาเที่ยวที่นี่ก็ต้องมาชมวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชุมชนชาวจีน มาลิ้มลองอาหารต้นตำรับจากจีนตอนใต้ พร้อมกับชิมชาอู่หลง ซึ่งเป็นชาขึ้นชื่อของดอยนี้ โดยร้านชาแทบทุกร้าน อยากเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวแวะไปนั่งจิบชากันแทบทั้งนั้น

นอกจากนี้ยังมีสถานที่เที่ยวที่น่าสนใจอื่นๆ เช่น สุสานนายพลต้วนซีเหวิน พระบรมธาตุเจดีย์ศรีนครินทราสถิตมหาสันติคีรี ซึ่งเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกที่สวยงามไม่แพ้ใคร

สอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ททท.สำนักงานเชียงราย โทร.0-5374-4674-5

ที่มา:

http://weekdayspecialthailand.com/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7-10-%E0%B8%97/

Comments on this travel